เรื่องน่ารู้
Blogs

ปักปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียง หิวไหม และต้องปรับอาหารร่วมด้วยไหม

ปักปากกาคุมหิว ผลข้างเคียง หิวไหม และต้องปรับอาหารร่วมด้วยไหม

ใครที่กำลังดูแลน้ำหนักอยู่ในช่วงนี้ คงได้ยินเรื่องการปักปากกากันมาบ้าง บางคนเพิ่งเริ่มเข็มแรก บางคนยังลังเลเพราะกลัวคลื่นไส้ และมีอีกไม่น้อยที่ปักไปแล้วแต่ยังหิวอยู่ จนเริ่มไม่แน่ใจว่ายาได้ผลหรือเปล่า สำหรับผู้ที่กำลังหาข้อมูลเรื่อง ปากกาลดน้ำหนัก บทความนี้ตอบสามเรื่องที่คนถามกันบ่อย คือผลข้างเคียงที่พบมีอะไรบ้าง ปักแล้วยังหิวเกิดจากอะไร และต้องปรับอาหารร่วมด้วยหรือไม่ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยและคำแนะนำที่สมาคมวิชาชีพด้านโรคอ้วนและโภชนาการจัดทำร่วมกัน ผู้อ่านจะได้เตรียมตัวก่อนเริ่มปักและดูแลตัวเองระหว่างปักได้ถูกวิธี

ปักปากกา คืออะไร ผลข้างเคียงเกิดจากอะไร?

การออกฤทธิ์ของยาผ่านตัวรับ GLP-1 และ GIP

การปักปากกา คือการฉีดยากลุ่ม GLP-1 เข้าใต้ผิวหนังด้วยอุปกรณ์รูปร่างคล้ายปากกา ตัวยาออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ที่ลำไส้หลั่งออกมาหลังกินอาหาร จึงส่งสัญญาณไปยังสมองว่าอิ่มแล้ว และทำให้กระเพาะอาหารบีบตัวช้าลง เมื่ออาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น ผู้ที่ปักปากกาจึงอิ่มเร็วและอิ่มนานกว่าเดิม

กลไกเดียวกันนี้เองที่ทำให้เกิดอาการข้างเคียง เพราะกลไกของกระเพาะ เมื่ออาหารค้างอยู่ในกระเพาะนาน บางคนจึงคลื่นไส้ แน่นท้อง หรือท้องอืด โดยเฉพาะช่วงที่ร่างกายยังไม่คุ้นกับยา อ่านเพิ่มเติมว่าฮอร์โมนกลุ่มนี้ทำงานอย่างไรได้ในบทความ เจาะลึก GIP และ GLP-1 ผู้ช่วยลับ ลดความอยากอาหาร

ปักปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียงที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?

คลื่นไส้ ผลข้างเคียงช่วงแรกของการปักปากกา

ผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้ส่วนใหญ่เกิดกับระบบทางเดินอาหาร มักเริ่มในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ที่ปักและช่วงที่แพทย์ปรับเพิ่มขนาดยา เมื่อใช้ยาขนาดเดิมต่อเนื่องไประยะหนึ่ง อาการมักเบาลงและเป็นไม่บ่อยเท่าช่วงแรก

อาการที่พบบ่อยในช่วงแรก

จากการศึกษาทางคลินิก ผู้ที่ใช้ยากลุ่มนี้เพื่อลดน้ำหนักมักมีอาการต่อไปนี้

  • คลื่นไส้ พบในผู้ใช้ยาราว 25–44% มักเป็นตอนเช้าหรือหลังปล่อยให้ท้องว่างนาน
  • ท้องเสีย พบราว 19–30%
  • ท้องผูก พบราว 17–24% ถ้าท้องผูกติดต่อกันหลายวัน อาจมีอาการท้องเสียตามมา
  • อาเจียน พบราว 8–24% มักเกิดหลังกินอาหารมื้อหนัก
  • ปวดท้อง พบราว 9–20%

อาการที่พบรองลงมาคือ แน่นท้อง เรอบ่อย กรดไหลย้อน อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ และผมร่วง บางคนยังรู้สึกกระหายน้ำน้อยลง จนดื่มน้ำไม่พอโดยไม่รู้ตัว

อาการที่ต้องหยุดยาแล้วพบแพทย์

ผลข้างเคียงที่รุนแรงพบได้น้อย แต่ถ้ามีอาการต่อไปนี้ ควรงดปักเข็มถัดไปและพบแพทย์โดยเร็ว

  • ปวดท้องรุนแรงไม่หาย โดยเฉพาะปวดร้าวทะลุหลัง อาจเป็นอาการของตับอ่อนอักเสบ
  • ปวดท้องส่วนบนร่วมกับมีไข้ หรือตัวเหลืองตาเหลือง อาจเป็นอาการของนิ่วในถุงน้ำดีหรือถุงน้ำดีอักเสบ
  • อาเจียนหรือท้องเสียมากจนกินอาหารและดื่มน้ำไม่ได้ เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำจนไตทำงานผิดปกติ
  • ใจสั่น มือสั่น เหงื่อออก หน้ามืด เป็นอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ มักพบในผู้ที่ใช้ยาเบาหวานบางชนิดร่วมด้วย
  • ผื่นลมพิษ หน้าหรือปากบวม หายใจลำบาก เป็นอาการแพ้ยา
  • มองเห็นผิดปกติอย่างกะทันหัน หรือรู้สึกซึมเศร้าผิดไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ผู้ที่มีนัดผ่าตัด ดมยาสลบ หรือส่องกล้องทางเดินอาหาร ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าว่ากำลังใช้ยากลุ่มนี้ เพราะหากยังมีอาหารค้างในกระเพาะ อาจสำลักระหว่างดมยาสลบได้

ปักปากกาแล้วยังหิว เกิดจากอะไร? แก้อย่างไร?

โดยทั่วไปผู้ที่ปักปากกาจะหิวน้อยลงและอิ่มเร็วขึ้น งานวิจัยพบว่าพลังงานจากอาหารที่กินในแต่ละวันลดลงราว 16–39% แต่ร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่อยาไม่เท่ากัน บางคนจึงยังหิวอยู่แม้ปักมาแล้วหลายสัปดาห์ สาเหตุที่พบบ่อยและวิธีแก้มีดังนี้

  • ร่างกายตอบสนองต่อยาน้อย แพทย์ที่ดูแลผู้ใช้ยากลุ่มนี้ประเมินว่า ผู้ใช้ยาราว 10–15% น้ำหนักแทบไม่ลดแม้ใช้ยาถึงขนาดสูงสุดแล้ว หากเป็นเช่นนี้ควรแจ้งแพทย์เมื่อถึงวันนัดเพื่อทบทวนขนาดยาและแนวทางดูแลน้ำหนักใหม่ และไม่ควรเพิ่มขนาดยาเอง
  • ยังอยู่ในช่วงที่ใช้ยาขนาดเริ่มต้น แพทย์เริ่มจากยาขนาดต่ำเพื่อให้ร่างกายปรับตัวและลดอาการข้างเคียง ช่วงนี้ยาจึงอาจยังลดความอยากอาหารได้ไม่เต็มที่ ให้ปักตามแผนที่แพทย์วางไว้ต่อไป
  • นอนน้อย คนที่นอนไม่พอมักหิวมากขึ้นและน้ำหนักขึ้นง่าย ควรเข้านอนให้เป็นเวลาและนอนให้พอทุกคืน
  • เครียดหรือกินตามอารมณ์ เมื่อเครียดสะสมนาน ๆ มักอยากกินของหวานและของมัน ทั้งที่ท้องยังไม่ว่าง อ่านวิธีแยกความหิวจริงกับความหิวตามอารมณ์ได้ในบทความ เจาะลึกกลไก สมองกับความหิว
  • ปล่อยให้ท้องว่างนานจนหิวจัด พอหิวจัดก็มักอยากกินแป้งและของหวาน ควรกินให้เป็นเวลา และให้ทุกมื้อมีโปรตีนกับใยอาหาร เพราะช่วยให้อิ่มนานขึ้น

ปักปากกาแล้วต้องปรับอาหารร่วมด้วยไหม?

ปรับอาหารระหว่างปักปากกา

ผู้ที่ปักปากกาต้องปรับอาหารร่วมด้วย เพราะเมื่อกินน้อยลงมาก ร่างกายก็ได้รับวิตามินและแร่ธาตุน้อยลงตามไปด้วย ผู้หญิงที่ได้รับพลังงานต่ำกว่าวันละ 1,200 กิโลแคลอรี และผู้ชายที่ได้รับต่ำกว่าวันละ 1,800 กิโลแคลอรี จะเสี่ยงขาดสารอาหารมากขึ้น อาการที่ควรสังเกตคือ อ่อนเพลียมากผิดปกติ ผมร่วงมาก ผิวแห้งลอกหรือคัน กล้ามเนื้ออ่อนแรง แผลหายช้า และฟกช้ำง่าย

ผู้ที่ปักปากกาหลายคนไม่รู้สึกหิวเลย จนไม่ได้กินอะไรไปหลายชั่วโมง พอท้องว่างนานก็ยิ่งคลื่นไส้ พอคลื่นไส้ก็ยิ่งไม่อยากกิน วนไปแบบนี้จนร่างกายขาดทั้งพลังงานและสารอาหาร

กินอย่างไรให้อาการข้างเคียงเบาลง

  • กินเป็นเวลา แบ่งเป็นมื้อเล็ก ๆ กินมื้อเช้าเบา ๆ ก่อน แล้วกินมื้อย่อยทุก 3–4 ชั่วโมง ถ้าไม่รู้สึกหิวเลย ให้ตั้งนาฬิกาเตือนเวลากินไว้
  • ระวังเป็นพิเศษช่วงเริ่มใช้ยาและช่วงปรับขนาดยา เลี่ยงอาหารไขมันสูง ของทอด และอาหารมื้อหนัก ส่วนอาหารที่มีใยอาหารสูงให้กินน้อยลงในช่วงสองสามวันแรก แล้วค่อย ๆ กลับมากินเพิ่มเพื่อลดอาการท้องผูก
  • ดื่มน้ำให้พอแม้ไม่กระหาย จิบน้ำบ่อย ๆ ตลอดวัน บางคนดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ หรือชาเปปเปอร์มินต์แล้วคลื่นไส้น้อยลง
  • อาหารที่ควรเลือก ปลา ไข่ อกไก่ เต้าหู้ ถั่วต่าง ๆ นมและโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ผักและผลไม้หลากชนิด ข้าวกล้องหรือธัญพืชไม่ขัดสี
  • อาหารที่ควรลด น้ำหวาน ชานม น้ำอัดลม ขนมหวาน แป้งขัดขาว เนื้อสัตว์แปรรูปอย่างไส้กรอกและเบคอน ของทอด และอาหารรสเผ็ดจัด

กินอย่างไรไม่ให้กล้ามเนื้อหาย

เมื่อน้ำหนักลดเร็ว ร่างกายจะเสียทั้งไขมันและกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน จากการศึกษา ในน้ำหนักที่ลดลงทั้งหมด ราว 20% เป็นกล้ามเนื้อ ผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน และผู้ที่ขยับร่างกายน้อย เสี่ยงเสียกล้ามเนื้อมากกว่ากลุ่มอื่น ถ้าไม่อยากให้กล้ามเนื้อหาย ต้องดูแลทั้งเรื่องโปรตีนและการออกกำลังกาย

ก่อนอื่นต้องกินโปรตีนให้พอ โดยทั่วไปผู้ที่ใช้ยากลุ่มนี้ควรได้รับโปรตีนวันละ 80–120 กรัม แพทย์จะปรับปริมาณให้เหมาะกับขนาดร่างกายและโรคประจำตัวของแต่ละคน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไต ในแต่ละมื้อให้กินอาหารที่มีโปรตีนก่อนอย่างอื่น เพราะผู้ที่ปักปากกามักอิ่มก่อนกินหมดจาน แหล่งโปรตีนที่กินง่ายแม้ไม่ค่อยหิวคือ ไข่ ปลา เต้าหู้ และโยเกิร์ต

จากนั้นต้องออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน หรือเวทเทรนนิง ควบคู่ไปด้วย เพราะกินโปรตีนเพิ่มอย่างเดียว กล้ามเนื้อก็ยังลดลงได้ ควรฝึกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง จะใช้ดัมบ์เบล ยางยืดออกกำลังกาย หรือใช้น้ำหนักตัวเองอย่างท่าสควอตก็ได้ แล้วเสริมด้วยการออกกำลังกายแบบแอโรบิกระดับปานกลาง เช่น เดินเร็วหรือปั่นจักรยาน ให้ได้สัปดาห์ละ 150 นาที โดยปรับความหนักตามสภาพร่างกายของแต่ละคน

ใครควรให้แพทย์ประเมินก่อนปัก?

ใครที่ยังไม่ควรใช้ปากกาคุมหิว

ยากลุ่มนี้มีข้อบ่งใช้สำหรับผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย หรือค่า BMI ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป และผู้ที่มีค่า BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไปร่วมกับโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนัก เช่น ความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดผิดปกติ ค่า BMI เป็นเกณฑ์คัดกรองเบื้องต้น แพทย์จึงมักดูองค์ประกอบของร่างกายและโรคร่วมประกอบด้วย ผู้ที่อยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ต้องแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มปัก

  • ตัวเองหรือคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดเมดัลลารี (Medullary Thyroid Cancer) หรือกลุ่มอาการ MEN 2
  • เคยเป็นตับอ่อนอักเสบ โรคถุงน้ำดี หรือมีโรคไต
  • ตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  • ใช้ยาเบาหวานอยู่ โดยเฉพาะอินซูลิน
  • มีประวัติโรคการกินผิดปกติ หรือภาวะซึมเศร้า

ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ยาฉีดกลุ่ม GLP-1 เป็นยาควบคุมพิเศษ ร้านขายยาจ่ายยาได้เมื่อมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น หลายคนจึงเริ่มมองหา ปากกาลดน้ำหนัก ในโรงพยาบาล หรือคลินิกที่มีแพทย์ตรวจประเมินและติดตามอาการตลอดช่วงที่ใช้ยา ส่วนยาที่ขายทางออนไลน์และไม่ทราบแหล่งที่มานั้น เสี่ยงเป็นยาปลอมหรือยาเสื่อมคุณภาพ และไม่มีแพทย์ช่วยประเมินเมื่อเกิดอาการข้างเคียง

ดูแลน้ำหนักกับโปรแกรม Hunger Reset ที่ S'RENE by SLC

โปรแกรม Hunger Reset ที่ S'RENE by SLC

สำหรับผู้ที่กำลังมองหา ปากกาลดน้ำหนัก ใกล้ฉัน S'RENE by SLC เปิดให้บริการ 5 สาขา โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบ คือ โปรแกรม Hunger Reset – WeGo และ โปรแกรม Hunger Reset – Mounja

แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันจะซักประวัติ ประเมินสุขภาพ แล้วเลือกโปรแกรมและขนาดยาให้เหมาะกับแต่ละคนก่อนเริ่มปัก ระหว่างเข้ารับโปรแกรมจะได้วัดองค์ประกอบของร่างกายเป็นระยะ เพื่อดูว่าน้ำหนักที่ลดลงมาจากไขมันหรือกล้ามเนื้อ และได้รับคำแนะนำเรื่องอาหารและการออกกำลังกายตามผลการวัดแต่ละครั้ง ผลลัพธ์ของโปรแกรมต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายตอบสนองต่อยาอย่างไรและดูแลตัวเองร่วมด้วยมากน้อยแค่ไหน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปักปากกา

ปักปากกาแล้วดื่มแอลกอฮอล์ได้ไหม?

ผู้ที่ปักปากกาควรดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง เพราะแอลกอฮอล์ทำให้คลื่นไส้และกรดไหลย้อนหนักขึ้น โดยเฉพาะช่วงเริ่มใช้ยาและช่วงปรับขนาดยา

หยุดปักปากกาแล้วน้ำหนักจะกลับมาไหม?

หลังหยุดปักปากกา น้ำหนักอาจกลับขึ้นมาได้ การศึกษาพบว่าภายใน 1 ปีหลังหยุดยา น้ำหนักเพิ่มกลับมาราว 2 ใน 3 ของน้ำหนักที่ลดไป จึงควรหยุดยาตามแผนที่แพทย์วางไว้ และฝึกกินกับออกกำลังกายให้ติดเป็นนิสัยตั้งแต่ช่วงที่ยังปักอยู่

ปักปากกา ราคา เท่าไหร่?

ค่าบริการปักปากกาขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่เลือก ขนาดยา และระยะเวลาที่แพทย์วางแผนให้ จึงต่างกันในแต่ละคน สอบถามค่าบริการและนัดปรึกษาแพทย์ได้ที่ S'RENE by SLC ทุกสาขา หรือทาง LINE Official @SRENEbySLC

สรุป ปักปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียง ความหิว และอาหารที่ควรปรับ

ผลข้างเคียงของการปักปากกาส่วนใหญ่เป็นอาการของระบบทางเดินอาหารที่เกิดในช่วงแรก และเบาลงเมื่อร่างกายปรับตัว ส่วนคนที่ปักแล้วยังหิว มักเป็นเพราะยังใช้ยาขนาดเริ่มต้น นอนน้อย เครียด หรือกินไม่เป็นเวลา เมื่อรู้สาเหตุก็แก้ได้ถูกทาง ระหว่างที่น้ำหนักลดควรกินโปรตีนและดื่มน้ำให้พอ ควบคู่กับออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เพื่อให้อาการข้างเคียงเบาลงและรักษามวลกล้ามเนื้อไว้ ผู้ที่สนใจเข้ารับ โปรแกรม Hunger Reset ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันที่ S'RENE by SLC ได้ทุกสาขา

จองคิวปรึกษาแพทย์: booking.slc-group.com

  • สาขาทองหล่อ ชั้น 4 โทร 064 184 5237
  • สาขาชาน แจ้งวัฒนะ 14 ชั้น 2 โทร 099 807 7261
  • สาขาพาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 3 โทร 081 249 7055
  • สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 6 โทร 080 245 7669
  • สาขาสยาม โทร 064 139 6390 และ 081 249 6392

LINE Official: @SRENEbySLC

จองคิวปรึกษาแพทย์ ประเมินความเหมาะสมเบื้องต้น คลิก!

จองคิวปรึกษาแพทย์ S'RENE by SLC

บทความและโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

รายการอ้างอิง

สามารถติดตาม S’RENE by SLC ได้ที่