รายละเอียดบริการ

Service details

Fat Burn IV Drip Program

โปรแกรม IV Drip tyle=”font-weight: 400;”>สูตรปรับระบบเผาผลาญไขมัน เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ให้รูปร่างดูสมส่วนสุขภาพดี

สอบถามข้อมูล

รายละเอียดบริการ

โปรแกรม IV Fat Burn: ฟื้นฟูการเผาผลาญไขมัน กระชับรูปร่าง

ออกกำลังกายอย่างหนัก ควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด แต่กลับไม่เห็นผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง? อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกว่า “ระบบเผาผลาญ” ในร่างกายกำลังทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ

ปัญหาระบบเผาผลาญที่ไม่สมดุลมักเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความเครียดสะสม การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ วิถีชีวิตที่เร่งรีบ และอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนไขมันเป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะพยายามออกกำลังกายและควบคุมอาหารแล้วก็ตาม

โปรแกรม IV Fat Burn ที่ S’RENE by SLC เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูระบบเผาผลาญให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยปรับกระบวนการเผาผลาญไขมัน เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย เพื่อให้คุณได้รูปร่างที่กระชับ สมส่วน และมีสุขภาพที่ดีขึ้น

เมื่อการออกกำลังกายและควบคุมอาหารยังไม่เพียงพอ

“ออกกำลังกายอย่างหนัก ควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด แต่รูปร่างกลับไม่เปลี่ยนแปลง” เป็นความรู้สึกที่หลายคนคงเคยประสบ ซึ่งมีคนจำนวนมากที่แม้จะทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเผาผลาญไขมันในร่างกายมีหลายประการ เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายผลิตฮอร์โมนและเอนไซม์ที่ช่วยในการเผาผลาญลดลง ทำให้การลดไขมันเป็นเรื่องยากขึ้นตามธรรมชาติ 

ชีวิตที่เร่งรีบและความกดดันในปัจจุบันทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล) มากเกินไป ซึ่งไปกระตุ้นการสะสมไขมันโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง การพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลต่อฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและความอิ่ม ทำให้รู้สึกหิวบ่อย และมักเลือกรับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูง

เมื่อร่างกายขาดสารอาหารบางชนิดที่จำเป็น อาจทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนไขมันเป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การออกกำลังกายแบบเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน ร่างกายจะปรับตัวและเรียนรู้ที่จะประหยัดพลังงาน ทำให้เผาผลาญพลังงานได้น้อยลง

เมื่อเข้าใจปัญหาเบื้องต้นแล้ว คำถามสำคัญคือ “มีวิธีแก้ไขอย่างไร?” คำตอบอยู่ที่การเข้าใจระบบเผาผลาญของร่างกายให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

กลไกการเผาผลาญไขมันในร่างกาย

ระบบเผาผลาญหรือเมตาบอลิซึม เป็นกระบวนการที่ย่อยและเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน โดยในส่วนของการเผาผลาญไขมันนั้น มีขั้นตอนสำคัญสามขั้นตอน ได้แก่

  1. การสลายไขมัน: ร่างกายสลายไขมันสะสมให้เป็นกรดไขมัน โดยอาศัยฮอร์โมนต่างๆ เช่น อะดรีนาลีน และกลูคากอน กระตุ้นกระบวนการสลายไขมัน
  2. การขนส่งกรดไขมัน: กรดไขมันถูกลำเลียงเข้าสู่แหล่งผลิตพลังงานในร่างกาย โดยต้องอาศัย “ตัวพา” พิเศษในการนำกรดไขมันเข้าสู่แหล่งผลิตพลังงาน
  3. การเผาผลาญให้เป็นพลังงาน: กรดไขมันถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ร่างกายนำไปใช้งานได้ ในขั้นตอนที่เรียกว่า “เบต้า-ออกซิเดชัน”

เมื่ออายุมากขึ้น รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง อาจทำให้กระบวนการเหล่านี้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในขั้นตอนที่ 2 การขนส่งกรดไขมัน ซึ่งต้องมี “ตัวพา” ที่เพียงพอและทำงานได้ดี

การเข้าใจกลไกการทำงานนี้จะช่วยให้เราเห็นภาพว่าทำไมการออกกำลังกายและควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากร่างกายไม่มีตัวช่วยในการขนส่งกรดไขมันเข้าสู่แหล่งผลิตพลังงานอย่างเพียงพอ

กลไกการเผาผลาญไขมันในร่างกาย

ระบบเผาผลาญหรือเมตาบอลิซึม เป็นกระบวนการที่ย่อยและเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน โดยในส่วนของการเผาผลาญไขมันนั้น มีขั้นตอนสำคัญสามขั้นตอน ได้แก่

1. การสลายไขมัน

ร่างกายสลายไขมันสะสมให้เป็นกรดไขมัน โดยอาศัยฮอร์โมนต่างๆ เช่น อะดรีนาลีน และกลูคากอน กระตุ้นกระบวนการสลายไขมัน

2. การขนส่งกรดไขมัน

กรดไขมันถูกลำเลียงเข้าสู่แหล่งผลิตพลังงานในร่างกาย โดยต้องอาศัย “ตัวพา” พิเศษในการนำกรดไขมันเข้าสู่แหล่งผลิตพลังงาน

3. การเผาผลาญให้เป็นพลังงาน

กรดไขมันถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ร่างกายนำไปใช้งานได้ ในขั้นตอนที่เรียกว่า “เบต้า-ออกซิเดชัน”

เมื่ออายุมากขึ้น รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง อาจทำให้กระบวนการเหล่านี้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในขั้นตอนที่ 2 การขนส่งกรดไขมัน ซึ่งต้องมี “ตัวพา” ที่เพียงพอและทำงานได้ดี

การเข้าใจกลไกการทำงานนี้จะช่วยให้เราเห็นภาพว่าทำไมการออกกำลังกายและควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากร่างกายไม่มีตัวช่วยในการขนส่งกรดไขมันเข้าสู่แหล่งผลิตพลังงานอย่างเพียงพอ

L-Carnitine: สารสำคัญกับการเผาผลาญไขมัน

ในกระบวนการเผาผลาญไขมันที่กล่าวถึงข้างต้น มีสารอาหารสำคัญที่น่าสนใจคือ “L-Carnitine” ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างได้เองจากกรดอะมิโน 2 ชนิด คือ ไลซีน (Lysine) และเมไทโอนีน (Methionine) โดยมีวิตามินซี วิตามินบี 6 และธาตุเหล็กช่วยในกระบวนการสร้าง

L-Carnitine ทำหน้าที่เสมือน “ตัวนำพาพิเศษ” ในขั้นตอนของการเผาผลาญไขมัน โดยช่วยนำกรดไขมันที่ถูกสลายจากเซลล์ไขมันเข้าสู่ไมโทคอนเดรีย แหล่งผลิตพลังงานของร่างกาย เพื่อเปลี่ยนให้เป็นพลังงานต่อไป หากปราศจาก L-Carnitine ที่เพียงพอ กระบวนการขนส่งนี้จะทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้กรดไขมันไม่ถูกนำไปใช้เป็นพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ร่างกายสามารถสร้าง L-Carnitine ได้เอง แต่ปริมาณที่ผลิตได้จะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น หรือเมื่อมีปัจจัยด้านสุขภาพบางประการ เช่น ความเครียดสะสม ขาดการออกกำลังกาย หรือรับประทานอาหารไม่ครบถ้วน นอกจากนี้ L-Carnitine ยังพบได้ในอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อแดง รวมถึงในนมและผลิตภัณฑ์จากนมด้วย

ประโยชน์ของ L-Carnitine ต่อร่างกาย

L-Carnitine มีบทบาทสำคัญต่อร่างกายในหลายด้าน ไม่เพียงแต่ช่วยในการเผาผลาญไขมันเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

สนับสนุนการเผาผลาญไขมัน

เมื่อร่างกายมี L-Carnitine ในปริมาณที่เพียงพอ กระบวนการนำกรดไขมันไปเผาผลาญจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้ร่างกายสามารถใช้ไขมันสะสมเป็นพลังงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อร่วมกับการออกกำลังกายและการควบคุมอาหารอย่างเหมาะสม

เพิ่มพลังงานให้ร่างกาย

การที่ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น หมายถึงการมีพลังงานที่เพิ่มขึ้นด้วย ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ไม่เหนื่อยล้าง่าย สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในชีวิตประจำวันและการออกกำลังกาย

สนับสนุนการฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย

นักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนักอาจพบว่า L-Carnitine ช่วยลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ทำให้สามารถกลับมาออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพในครั้งต่อไป

ส่งเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

L-Carnitine มีส่วนช่วยในการรักษาระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม รวมถึงสนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ต้องการพลังงานสูงและทำงานตลอดเวลา

ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า L-Carnitine อาจช่วยปรับปรุงความไวต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีภาวะดื้ออินซูลิน รวมถึงผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

โปรแกรม IV Fat Burn: ฟื้นฟูระบบเผาผลาญอย่างตรงจุด

โปรแกรม IV Fat Burn เป็นโปรแกรมฟื้นฟูระบบเผาผลาญที่ออกแบบมาเพื่อช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันและปรับสมดุลของกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย โดยโปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และต้องการเสริมประสิทธิภาพของการออกกำลังกายและการควบคุมอาหาร

โปรแกรม IV Fat Burn ที่ S’RENE by SLC ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกัน เริ่มต้นด้วยการประเมินสุขภาพโดยรวมและความพร้อมของร่างกาย หลังจากนั้นจึงเริ่มโปรแกรมซึ่งใช้เวลาประมาณ 60-90 นาที ก่อนเริ่มโปรแกรม แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมตัวและข้อควรปฏิบัติขณะทำโปรแกรม

การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม IV Fat Burn

  • ควรรับประทานอาหารเบาๆ ก่อนทำโปรแกรมประมาณ 1-2 ชั่วโมง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนทำโปรแกรม
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือกาแฟในปริมาณมากก่อนทำโปรแกรม
  • แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังทานยาใดๆ เป็นประจำ

หลังทำโปรแกรมเสร็จสิ้น ผู้รับบริการจะได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมจากแพทย์เกี่ยวกับการปฏิบัติตัว การออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

ประโยชน์ของโปรแกรม IV Fat Burn

การทำโปรแกรม IV Fat Burn มีประโยชน์หลากหลายสำหรับระบบเผาผลาญและสุขภาพโดยรวม ดังนี้

  • เสริมสมดุลการเผาผลาญ ช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนไขมันสะสมเป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เพิ่มพลังงาน ลดความอ่อนล้า ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า พร้อมสำหรับกิจกรรมต่างๆ
  • ส่งเสริมการสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยให้รูปร่างกระชับสมส่วน และเพิ่มอัตราการเผาผลาญแม้ในขณะพัก
  • เสริมการควบคุมน้ำหนักอย่างยั่งยืน หลังจากการทำโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก

กลุ่มคนที่เหมาะกับโปรแกรม IV Fat Burn

โปรแกรมเหมาะสำหรับหลากหลายกลุ่มคนที่ต้องการสนับสนุนระบบเผาผลาญของร่างกาย ได้แก่:

  • ผู้ที่ควบคุมน้ำหนักแล้วไม่ประสบความสำเร็จ หรือน้ำหนักกลับมาเพิ่มอีกหลังลดได้
  • นักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพและพลังงานสำหรับการฝึกซ้อม
  • ผู้ที่มีอาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง โดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน
  • ผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนไขมัน-กล้ามเนื้อ ให้ได้รูปร่างที่กระชับสมส่วน
  • ผู้สูงอายุ ที่รู้สึกว่าระบบเผาผลาญเริ่มช้าลงตามวัย

ข้อควรรู้ก่อนทำโปรแกรม IV Fat Burn

ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรมควรเตรียมตัวเพื่อรับประโยชน์สูงสุดจากโปรแกรม ดังนี้:

  • ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรม โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ไต หรือตับ
  • แจ้งประวัติแพ้ยา รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้
  • งดอาหารมื้อหนักก่อนทำโปรแกรม 1-2 ชั่วโมง แต่ควรทานอาหารเบาๆ และดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • เข้าใจว่าผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย อายุ และปัจจัยอื่นๆ
  • โปรแกรมนี้ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาชั่วข้ามคืน แต่เป็นส่วนเสริมของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรม IV Fat Burn

การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรม IV Fat Burn เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันที่ S’RENE by SLC มีคำแนะนำดังนี้:

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลังทำโปรแกรม ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพออย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยขับของเสียออกจากร่างกายและกระตุ้นการเผาผลาญ
  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอและการเล่นกล้ามเนื้อจะช่วยเสริมประสิทธิภาพของโปรแกรม โดยเฉพาะการออกกำลังกายในช่วง 24-48 ชั่วโมงหลังทำโปรแกรม
  • รับประทานอาหารที่เหมาะสม เน้นอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพดี ไขมันที่มีประโยชน์ และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ลดอาหารแปรรูป น้ำตาล และไขมันอิ่มตัว
  • พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับที่มีคุณภาพมีความสำคัญต่อการฟื้นฟูร่างกายและระบบเผาผลาญ ควรนอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
  • ลดความเครียด ความเครียดมีผลต่อการเผาผลาญไขมันและฮอร์โมนในร่างกาย ควรหากิจกรรมผ่อนคลาย เช่น โยคะ การฝึกสมาธิ หรืองานอดิเรก

บริการโปรแกรม IV Fat Burn ที่ S’RENE by SLC

S’RENE by SLC คลินิกดูแลสุขภาพสำหรับคนเมือง พร้อมให้บริการโปรแกรม IV Fat Burn ภายใใต้การดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกัน โดยแพทย์จะประเมินสภาพร่างกายและความเหมาะสมก่อนเริ่มทำโปรแกรม พร้อมให้คำแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพและโภชนาการที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล 

นอกจากโปรแกรม IV Fat Burn แล้ว S’RENE by SLC ยังมีโปรแกรมอื่นๆ ที่สามารถทำควบคู่กันเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น เช่น โปรแกรมกลุ่ม Hormone Checkup ช่วยตรวจวัดความสมดุลของฮอร์โมนที่อาจเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญ และโปรแกรม DEXA Scan ที่วิเคราะห์มวลกระดูก มวลไขมัน และมวลกล้ามเนื้ออย่างละเอียดและแม่นยำ

หากสนใจทำโปรแกรม IV Fat Burn หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ S’RENE by SLC ได้ที่:

LINE: @SRENEbySLC 

หรือคลิก https://bit.ly/3IlXtvw

* ดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
** เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ

สาขาชาน แจ้งวัฒนะ 14 ชั้น 2
104/42 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
099 807 7261
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.
สาขาทองหล่อ ชั้น 4
916/3-4 ถ.สุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
064 184 5237
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.

สาขาพาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 3
61 ถ. ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250

081 249 7055
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.
สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 6
1693 ถ. พหลโยธิน แขวงจตุจักร
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
080 245 7669
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.
สาขาชาน แจ้งวัฒนะ 14 ชั้น 2
104/42 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
099 807 7261
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.
สาขาทองหล่อ ชั้น 4
916/3-4 ถ.สุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
064 184 5237
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.

สาขาพาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 3
61 ถ. ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250

081 249 7055
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.
สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 6
1693 ถ. พหลโยธิน แขวงจตุจักร
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
080 245 7669
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.

Recommended Services

บริการแนะนำ

โปรแกรมการนวดบำบัดแก้อาการปวดออฟฟิศซินโดรม ฟื้นฟูกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

โปรแกรมตรวจวัดระดับฮอร์โมนในเพศหญิง

โปรแกรมควบคุมน้ำหนักด้วยการ กลืนบอลลูน Allurion Balloon ทางเลือกในการควบคุมน้ำหนัก รักษาโรคอ้วน ร่วมด้วยการปรับพฤติกรรมการกิน

โปรแกรม นวดแผนไทย ประยุกต์ ฟื้นฟูสุขภาพอย่างตรงจุด รักษ...

ตรวจ ABI เป็นการตรวจง่ายๆ ที่เหมือนการวัดความดัน ช่วยเช็คความแข็งตัว เช็คอายุของหลอดเลือดแดงได้ ทำให้รู้ว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดไหม

โปรแกรม Smart Focus Shockwave for Men ฟื้นฟูน้องชายด้วยคลื่นกระแทก ส่งผลให้การแข็งตัวของน้องชายดีขึ้นและยาวนานขึ้น