ตะคริว อาการกล้ามเนื้อหดเกร็งที่ไม่ควรมองข้าม
ตะคริวพบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน แต่หลายคนยังไม่เข้าใจสาเหตุที่แท้จริง การทำความเข้าใจสาเหตุและวิธีจัดการกับตะคริวอย่างถูกต้องช่วยบรรเทาอาการและป้องกันการเกิดซ้ำ บางครั้งตะคริวอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกัน
“ตะคริว” ปัญหาที่ใครๆ ก็เคยเจอ ไม่ว่าจะเป็นตอนออกกำลังกาย ทำงานหนัก หรือแม้แต่ตอนนอนหลับ อาการปวดจี๊ดและรู้สึกว่ากล้ามเนื้อแข็งเป็นก้อนเกิดขึ้นทันทีทันใด ส่วนใหญ่เราแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการนวดหรือยืดกล้ามเนื้อบริเวณนั้น แต่น้อยคนจะใส่ใจหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
ตะคริวไม่ได้เป็นแค่ความรำคาญ แต่บางครั้งอาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ การเข้าใจสาเหตุและวิธีดูแลจัดการที่ถูกต้องช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ไม่ต้องทนทุกข์กับอาการปวดที่มาเยือนโดยไม่ทันตั้งตัว
ตะคริว คืออะไร
ตะคริวเกิดจากกล้ามเนื้อหดเกร็งอย่างฉับพลัน โดยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดอาการปวดรุนแรงและรู้สึกว่ากล้ามเนื้อแข็งเป็นก้อน
ลักษณะสำคัญของตะคริว:
- เกิดกับกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายได้ แต่พบบ่อยที่น่อง ต้นขา และเท้า
- อาการอาจเป็นเพียงชั่วครู่หรือนานหลายนาที
- กล้ามเนื้อจะแข็งเป็นก้อน สัมผัสได้ชัดเจน
- มีอาการปวดรุนแรง บางครั้งทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้ชั่วขณะ
ตะคริวกลางคืน เป็นปัญหาที่พบบ่อยโดยเฉพาะในผู้สูงอายุและวัยกลางคน ทำให้ต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะอาการปวดรุนแรง บางคนอาจรู้สึกเจ็บหรือปวดเมื่อยบริเวณนั้นไปอีกหลายชั่วโมงหลังจากอาการตะคริวหายไปแล้ว
สาเหตุของ ตะคริว
แม้ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนถึงสาเหตุของตะคริว แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง:
การใช้งานกล้ามเนื้อผิดปกติ
สาเหตุจากการใช้งานกล้ามเนื้อ:
- ออกกำลังกายหักโหม – โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังแล้วมาเริ่มเล่นกีฬาหนักๆ ทันที
- นั่งหรือยืนท่าเดิมนานๆ – ทำให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ดี
- กล้ามเนื้อขาดความยืดหยุ่น – คนที่กล้ามเนื้อตึงมักเป็นตะคริวง่าย
- การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ – กล้ามเนื้อที่เคยได้รับบาดเจ็บมีโอกาสเกิดตะคริวได้บ่อย
เมื่อกล้ามเนื้อขาดความยืดหยุ่น การหดและคลายตัวจะทำงานไม่สัมพันธ์กัน กล้ามเนื้อเกิดความล้าและอาจเกิดตะคริวได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อใช้งานหนักหรือทำงานซ้ำๆ
ความไม่สมดุลของน้ำและเกลือแร่
ปัจจัยเกี่ยวกับน้ำและเกลือแร่ที่ส่งผลต่อตะคริว:
- ภาวะขาดน้ำ – การดื่มน้ำไม่เพียงพอ โดยเฉพาะหลังออกกำลังกายหรืออยู่ในที่ร้อน
- การขาดเกลือแร่สำคัญ – โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียม
- การสูญเสียเกลือแร่มากผิดปกติ – จากอาการท้องเสีย อาเจียน หรือเหงื่อออกมาก
- ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ – พบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์และผู้สูงอายุ
เกลือแร่เหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อร่างกายขาดสารเหล่านี้ ระบบประสาทและกล้ามเนื้อจะทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการหดเกร็งได้ง่าย
ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
กลุ่มเสี่ยงและปัจจัยที่ทำให้เกิดตะคริว:
- ผู้สูงอายุ – มีความเสี่ยงสูงเพราะกล้ามเนื้อเสื่อมตามวัยและขาดความยืดหยุ่น
- คนที่มีน้ำหนักเกิน – แรงกดที่มากขึ้นต่อกล้ามเนื้อขา
- หญิงตั้งครรภ์ – การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นกดทับเส้นเลือด
- ผู้ที่ใช้ยาบางชนิด – ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดัน อาจทำให้เสียสมดุลของเกลือแร่
- โรคหลอดเลือดส่วนปลาย – การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่เพียงพอ
วิธีบรรเทาอาการ ตะคริว เบื้องต้น
เมื่อเกิดอาการตะคริว คุณสามารถบรรเทาอาการเบื้องต้นได้ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้:
การยืดกล้ามเนื้อ
วิธียืดกล้ามเนื้อเมื่อเกิดตะคริว:
- ตะคริวที่น่อง – ยืดขาตรงไปด้านหน้า กระดกปลายเท้าขึ้นเข้าหาตัว หรือลุกขึ้นยืนกดส้นเท้าลงพื้น
- ตะคริวที่ต้นขาด้านหลัง – นั่งเหยียดขาตรงไปด้านหน้า โน้มตัวไปข้างหน้าโดยไม่งอเข่า
- ตะคริวที่ต้นขาด้านหน้า – ยืนข้างที่มีอาการ จับข้อเท้าดึงไปด้านหลังให้ส้นเท้าแตะสะโพก
- ตะคริวที่เท้า – นั่งลง ใช้มือจับนิ้วเท้าดึงขึ้นเบาๆ หรือนวดฝ่าเท้าเป็นวงกลม
การยืดควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรยืดรุนแรงจนเกินไป เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บเพิ่ม ค้างไว้ 15-30 วินาที ทำซ้ำหลายๆ ครั้งจนกว่าอาการจะดีขึ้น
การนวดและประคบ
วิธีนวดและประคบเพื่อบรรเทาตะคริว:
- นวดเบาๆ – ใช้มือนวดกล้ามเนื้อที่เป็นตะคริวเป็นวงกลม ไม่ควรกดแรงเพราะจะยิ่งปวด
- ประคบอุ่น – ช่วยคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มการไหลเวียนเลือด เหมาะกับตะคริวทั่วไป
- ประคบเย็น – เหมาะสำหรับกรณีที่มีการอักเสบร่วมด้วย ช่วยลดอาการปวดบวม
- เคลื่อนไหวเบาๆ – หลังอาการดีขึ้น ค่อยๆ เคลื่อนไหวส่วนที่เป็นตะคริวเพื่อฟื้นฟูการทำงาน
การประคบควรทำประมาณ 15-20 นาที และหากมีอาการตะคริวกลางคืนบ่อยๆ อาจใช้ผ้าห่มอุ่นคลุมบริเวณขาเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
การป้องกันตะคริว
การป้องกันดีกว่าการรักษา นี่คือวิธีป้องกันไม่ให้เกิดตะคริว:
การดูแลโภชนาการและน้ำ
การดูแลเรื่องอาหารและน้ำเพื่อป้องกันตะคริว:
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ – อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว โดยเฉพาะก่อนและหลังออกกำลังกาย
- เลือกทานอาหารที่มีเกลือแร่ – เช่น:
- แคลเซียม: นม โยเกิร์ต เต้าหู้ ปลากระป๋อง
- โพแทสเซียม: กล้วย ส้ม อะโวคาโด ถั่ว
- แมกนีเซียม: ถั่ว เมล็ดฟักทอง ผักใบเขียว
- ดื่มนมอุ่นก่อนนอน – ช่วยเสริมแคลเซียมและป้องกันตะคริวกลางคืน
- งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ – เพราะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ
ช่วงที่ร่างกายเสียเหงื่อมาก เช่น วันที่อากาศร้อนหรือหลังออกกำลังกายหนัก อาจดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อทดแทนเกลือแร่ที่สูญเสียไป
การดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อ
การดูแลกล้ามเนื้อเพื่อป้องกันตะคริว:
- ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเป็นประจำ – ทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย และก่อนนอน
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ – เริ่มจากเบาๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้น
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในท่าเดียวนาน – ลุกเดินยืดเส้นยืดสายทุก 1-2 ชั่วโมง
- สวมรองเท้าที่เหมาะสม – โดยเฉพาะเวลาออกกำลังกายหรือเดินนานๆ
- ปรับท่านอน – ใช้หมอนรองใต้น่องหรือปลายเท้า ไม่ให้เท้าชี้ลงมากเกินไป
การบริหารน่องและเท้าก่อนนอนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดตะคริวกลางคืนได้มาก ลองหมุนข้อเท้าเป็นวงกลม 10-15 ครั้ง แล้วกระดกปลายเท้าขึ้นลง 10-15 ครั้ง ก่อนเข้านอน
เมื่อไรควรพบแพทย์
แม้ว่าตะคริวส่วนใหญ่จะไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่บางกรณีก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่รุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เมื่อพบสัญญาณเหล่านี้:
สัญญาณอันตรายที่ควรพบแพทย์:
- ตะคริวรุนแรงจนทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้ หรือรบกวนการนอนอย่างมาก
- เป็นตะคริวบ่อยมากโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเป็นซ้ำแล้วซ้ำอีก
- มีอาการบวม แดง ผิวเปลี่ยนสี บริเวณที่เป็นตะคริว
- มีอาการอ่อนแรง ชา หรือรู้สึกเสียวแปลบ ร่วมกับอาการตะคริว
- ตะคริวเกิดหลังได้รับยาบางชนิด โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อไตหรือระบบประสาท
- มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต หรือโรคไทรอยด์
การปรึกษาแพทย์จะช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม โดยอาจมีการตรวจเลือดเพื่อดูระดับเกลือแร่ หรือตรวจการทำงานของไต ตับ และไทรอยด์
โปรแกรมดูแลอาการตะคริวที่ S’RENE by SLC
ที่ S’RENE by SLC มีโปรแกรมดูแลผู้ที่มีปัญหาตะคริวหรืออาการปวดกล้ามเนื้อแบบครบวงจร ด้วยการผสมผสานการดูแลจากแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันและนักกายภาพบำบัด:
โปรแกรมนวดบำบัดสำหรับผู้มีอาการตะคริวและปวดกล้ามเนื้อ:
- OFFICE SYNDROME THERAPY Program – บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อจากการทำงาน ฟื้นฟูกล้ามเนื้อและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
- SPORT MASSAGE Program – เหมาะสำหรับนักกีฬาและผู้ที่มีการออกกำลังกายหนัก ช่วยป้องกันตะคริวและการบาดเจ็บ
เทคโนโลยีบรรเทาอาการปวดและตะคริว:
- INDIBA Deep Care Program – ช่วยบรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบ และเร่งการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ
- Smart Focus Shockwave Program – รักษาด้วยคลื่นกระแทกเพื่อบรรเทาอาการปวดเรื้อรังและสลายพังผืด
- High Power Laser Program – ลดอาการเจ็บปวดเฉียบพลันและกระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ
นอกจากการรักษา คุณยังจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการปรับท่าทางในชีวิตประจำวัน การยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่ถูกวิธี และการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดตะคริวซ้ำ
พิเศษ! โปรโมชั่นตอนนี้ที่ S’RENE กับแพ็คเกจ Physio Ortho Premium Program ที่รวมนวัตกรรมที่ช่วยรักษาและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ พร้อม ลดอาการปวด ตามจุดต่าง ๆ อย่างตรงจุด เลือกได้ตามความต้องการ 3, 4 หรือ 5 ขั้นตอนในราคาสุดพิเศษ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก
สรุป
ตะคริวเป็นอาการที่พบได้บ่อยและมักหายได้เอง แต่ก็ไม่ควรละเลย โดยเฉพาะเมื่อเกิดบ่อยหรือรุนแรง การเข้าใจสาเหตุและวิธีป้องกันช่วยให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดที่มาโดยไม่ทันตั้งตัว
การดูแลตนเองด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีเกลือแร่ครบถ้วน ยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดตะคริว
หากมีอาการผิดปกติหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถปรึกษาได้ที่ S’RENE by SLC ทุกสาขา:
▪️ สาขาทองหล่อ ชั้น 4 – โทร 064 184 5237
▪️ สาขาพาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 3 – โทร 081 249 7055
▪️ สาขา Charn แจ้งวัฒนะ 14 ชั้น 2 – โทร 099 807 7261
▪️ สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 6 – โทร 080 245 7669
LINE: @SRENEbySLC
หรือคลิก https://bit.ly/3IlXtvw
.
พิเศษ! ปรึกษาปัญหากล้ามเนื้อได้ฟรีที่ซีรีน และโปรแกรมกายภาพบำบัดหมวด PhysioOrtho สามารถใช้สิทธิ์เบิกประกันสุขภาพและประกันกลุ่ม OPD ได้โดยสำรองจ่ายล่วงหน้า* ทางคลินิกจะช่วยจัดเตรียมเอกสารสำหรับการเบิกประกันให้กับคุณ
*การพิจารณาเบิกจ่ายค่ารักษาขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและวงเงินคุ้มครองที่ระบุในกรมธรรม์ของแต่ละบุคคล กรุณาตรวจสอบสิทธิ์และเงื่อนไขการเบิกจ่ายกับบริษัทประกันของท่านก่อนเข้ารับบริการ
สามารถติดตาม S’RENE by SLC ได้ที่