เรื่องน่ารู้

Blogs

ระบบเผาผลาญไม่ดี: เหตุผลหลักที่ทำให้ลดน้ำหนักยาก

ระบบเผาผลาญ ไม่ดี: เหตุผลหลักที่ทำให้ลดน้ำหนักยาก แม้ออกกำลังกายและคุมอาหาร

ออกกำลังกายและควบคุมอาหารแล้วแต่น้ำหนักไม่ลด? อาจเป็นเพราะระบบเผาผลาญไม่สมดุล เรียนรู้ความเชื่อมโยงระหว่างระบบเผาผลาญและฮอร์โมนที่ส่งผลต่อการลดน้ำหนัก พร้อมวิธีแก้ไขอย่างตรงจุด

“ออกกำลังกายและควบคุมอาหารมาเดือนกว่าแล้ว แต่น้ำหนักไม่ลดเลย” ปัญหานี้พบได้บ่อยในคนที่พยายามลดน้ำหนัก สถิติพบว่าผู้ที่พยายามลดน้ำหนักถึง 80% ไม่ประสบความสำเร็จในระยะยาว สาเหตุสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือความไม่สมดุลของระบบเผาผลาญและฮอร์โมนในร่างกาย

หากคุณเคยเผชิญกับการลดน้ำหนักที่ไม่สำเร็จทั้งที่พยายามอย่างหนัก หรือน้ำหนักกลับมาเพิ่มขึ้นหลังลดได้ไม่นาน ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ความตั้งใจหรือวินัย แต่อาจเป็นเพราะ ระบบเผาผลาญ และฮอร์โมนในร่างกายของคุณกำลังส่งสัญญาณว่าต้องการการดูแลแบบเฉพาะทาง

ระบบเผาผลาญ คืออะไรและทำงานอย่างไร?

ระบบเผาผลาญหรือเมตาบอลิซึม คือกระบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้นในร่างกายเพื่อเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน รวมถึงการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ระบบนี้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แม้ในยามพักผ่อน

อัตราการเผาผลาญพื้นฐานคือกุญแจสำคัญ

การควบคุมน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพต้องเข้าใจเรื่อง อัตราการเผาผลาญพื้นฐาน (Basal Metabolic Rate; BMR) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบเผาผลาญ คือพลังงานที่ร่างกายใช้ในขณะพักเพื่อรักษาการทำงานพื้นฐาน เช่น:

  • การหายใจ
  • การเต้นของหัวใจ
  • การไหลเวียนของเลือด
  • การรักษาอุณหภูมิของร่างกาย

BMR คิดเป็น 60-70% ของพลังงานที่ร่างกายใช้ต่อวัน นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางคนรับประทานอาหารมากแต่ไม่อ้วน ในขณะที่บางคนแม้ควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัดก็ยังลดน้ำหนักได้ยาก

ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบเผาผลาญ ได้แก่:

  • มวลกล้ามเนื้อ – กล้ามเนื้อใช้พลังงานมากกว่าไขมัน คนที่มีมวลกล้ามเนื้อมากจึงมี BMR สูงและเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าแม้ในขณะพัก
  • อายุ – หลังอายุ 30 ปี ร่างกายจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและระบบเผาผลาญจะช้าลงประมาณ 2-3% ทุก 10 ปี ส่งผลให้ BMR ลดลงตามวัย
  • พฤติกรรมการรับประทานอาหาร – การอดอาหารหรือจำกัดแคลอรี่มากเกินไปทำให้ร่างกายปรับตัวโดยลดอัตราการเผาผลาญลง ทำให้ BMR ต่ำลงและการลดน้ำหนักเป็นไปได้ยากขึ้น
  • คุณภาพการนอน – การนอนหลับไม่เพียงพอส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ BMR ลดลง และรบกวนการทำงานของฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและความอิ่ม
  • ความเครียด – ความเครียดเรื้อรังทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญ โดยเฉพาะฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งส่งผลให้ BMR ลดลงและเกิดการสะสมไขมัน

ฮอร์โมนสำคัญที่ควบคุม ระบบเผาผลาญ

ฮอร์โมนเป็นสารสื่อสารทางเคมีที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมระบบเผาผลาญของร่างกาย ความไม่สมดุลของฮอร์โมนเหล่านี้มักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องยาก แม้จะพยายามออกกำลังกายและควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด

ฮอร์โมนหลักที่มีผลต่อระบบเผาผลาญ ได้แก่:

  • คอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) – เมื่อเครียดเรื้อรัง จะกระตุ้นการสะสมไขมันหน้าท้องและเพิ่มความอยากอาหารหวาน
  • อินซูลิน – ทำหน้าที่นำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ เมื่อเกิดภาวะดื้ออินซูลิน จะทำให้เผาผลาญไขมันได้ยาก
  • ฮอร์โมนไทรอยด์ – โดยเฉพาะ T3 และ T4 เป็นตัวควบคุมอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน หากระดับต่ำจะทำให้เหนื่อยล้าและน้ำหนักเพิ่มง่าย
  • ฮอร์โมนเลปติน (Leptin) และเกรลิน (Ghrelin) – ทำหน้าที่ควบคุมความหิวและความอิ่ม เมื่อร่างกายอดอาหารบ่อยๆ อาจทำให้เกิดภาวะดื้อต่อเลปติน ส่งผลให้ไม่รู้สึกอิ่มแม้รับประทานอาหารมากแล้ว

การตรวจวัดระดับฮอร์โมนจึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการประเมินสาเหตุของปัญหาการลดน้ำหนักที่ไม่เห็นผล

สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่า ระบบเผาผลาญ มีปัญหา

ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนเมื่อระบบเผาผลาญไม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ สังเกตอาการต่อไปนี้:

  • ความเหนื่อยล้าผิดปกติ – เหนื่อยตลอดเวลาแม้นอนเพียงพอ เพราะเซลล์ใช้พลังงานไม่มีประสิทธิภาพ
  • น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่เปลี่ยนพฤติกรรม – น้ำหนักเพิ่มทั้งที่กินและออกกำลังกายเหมือนเดิม
  • หิวบ่อยและอยากอาหารหวาน/แป้ง – มักเกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดที่ไม่คงที่ และการทำงานของฮอร์โมนอินซูลินที่ผิดปกติ
  • นอนไม่หลับ – ฮอร์โมนที่ไม่สมดุลส่งผลต่อคุณภาพการนอน ขณะที่การนอนไม่ดีก็กระทบต่อฮอร์โมนด้วย

อาการอื่นๆ ที่ควรสังเกต ได้แก่ ท้องอืดท้องเฟ้อบ่อย ผิวแห้ง ผมร่วง เล็บเปราะ และเย็นง่ายกว่าคนอื่น โดยเฉพาะที่มือและเท้า หากพบอาการเหล่านี้หลายข้อ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวัดฮอร์โมนอย่างละเอียด

การตรวจประเมินและแก้ไขปัญหาที่ S’RENE by SLC

S’RENE by SLC มีโปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงป้องกันที่ช่วยประเมินระบบเผาผลาญและฮอร์โมน เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาการลดน้ำหนักที่ไม่เห็นผล

โปรแกรมตรวจที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญ:

  • โปรแกรม Preventive Check Up – ตรวจ 16 รายการสำคัญ รวมถึงระดับน้ำตาล (FBS และ HbA1C) และไขมันในเลือด (Cholesterol, Triglyceride) ซึ่งบ่งบอกถึงการทำงานของระบบเผาผลาญ
  • โปรแกรมตรวจ Stress Hormone – ตรวจวัดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) และ DHEAs (ฮอร์โมนต้านความเครียด) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสะสมไขมัน
  • โปรแกรมตรวจ Diabetes – ตรวจวัด C-Peptide และ Insulin เพื่อประเมินการดื้ออินซูลิน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการลดน้ำหนักและการเผาผลาญไขมัน
  • โปรแกรมตรวจ Hormone – ตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ (Free T3, Free T4, TSH) และฮอร์โมนเพศ ที่มีผลต่ออัตราการเผาผลาญและการสะสมไขมัน

นอกจากการตรวจวัดฮอร์โมนแล้ว S’RENE by SLC ยังมีโปรแกรม IV Fat Burn และโปรแกรม IV Metabolism Activator ที่ช่วยปรับสมดุลและกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่พยายามควบคุมน้ำหนักแล้วไม่เห็นผล โดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันจะวางแผนการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งด้านโภชนาการและการออกกำลังกายที่เหมาะสม

สนใจปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาระบบเผาผลาญ สามารถติดต่อ S’RENE by SLC ได้ที่

LINE: @SRENEbySLC 

หรือคลิก https://bit.ly/3IlXtvw

* ดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

 ** เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ

สามารถติดตาม S’RENE by SLC ได้ที่