เรื่องน่ารู้

Blogs

ลำไส้ขี้เกียจ: ปัญหาที่คนเมืองไม่ควรมองข้าม

ลำไส้ขี้เกียจ: เมื่อระบบขับถ่ายส่งสัญญาณเตือน

คืนสมดุลให้ระบบขับถ่ายด้วยการดูแลแบบองค์รวม เมื่อลำไส้ขี้เกียจเป็นปัญหาที่พบบ่อยในคนเมือง ทำให้ท้องผูกเรื้อรัง แน่นท้อง กระทบคุณภาพชีวิต เรียนรู้วิธีฟื้นฟูลำไส้ขี้เกียจด้วยวิธีธรรมชาติและการบำบัดที่ตรงจุด

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “ลำไส้ขี้เกียจ” แต่รู้หรือไม่ว่าภาวะนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรมองข้าม เพราะเมื่อลำไส้ทำงานไม่เต็มที่ ร่างกายก็พลอยแย่ไปด้วย ตั้งแต่ดูดซึมสารอาหารไม่ดี ไปจนถึงสะสมสารพิษที่อาจก่อปัญหาสุขภาพในระยะยาว

เข้าใจ ลำไส้ขี้เกียจ

ลำไส้ขี้เกียจ คือภาวะที่ลำไส้ใหญ่ทำงานช้ากว่าปกติ บีบตัวอ่อนแรง ส่งผลให้ขับถ่ายไม่สะดวก ของเสียและสารพิษจึงค้างในร่างกายนานเกินไป ทำให้เกิดอาการท้องผูกเรื้อรัง

ลำไส้ใหญ่มีหน้าที่หลักในการดูดซึมน้ำและแร่ธาตุจากกากอาหาร พร้อมบีบตัวเพื่อขับกากอาหารออกจากร่างกาย เมื่อกล้ามเนื้อลำไส้หรือระบบประสาทที่ควบคุมลำไส้ผิดปกติ จะทำให้ลำไส้บีบตัวน้อยลง อุจจาระเคลื่อนตัวช้า ถูกดูดซึมน้ำมากเกินไปจนแข็งและถ่ายยาก

ภาวะนี้พบได้บ่อยในคนทุกวัย แต่มักพบมากในผู้หญิงและผู้สูงอายุ คนที่ออกกำลังกายน้อย หรือคนที่กินอาหารไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอาหารที่มีกากใยต่ำ

สัญญาณเตือนว่าลำไส้อาจกำลังขี้เกียจ

อาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจมีภาวะลำไส้ขี้เกียจมีหลายประการ:

  • ปัญหาการขับถ่าย – ท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อุจจาระแข็ง ต้องออกแรงเบ่งมาก หรือรู้สึกถ่ายไม่หมด บางคนอาจมีอาการท้องเสียสลับกับท้องผูก
  • อาการในระบบทางเดินอาหาร – ท้องอืด แน่นท้อง มีลมในท้องมาก ปวดท้องเป็นพักๆ เรอบ่อย หรือรู้สึกอิ่มนานผิดปกติ มีกลิ่นปากแม้แปรงฟันสม่ำเสมอ
  • ผลกระทบต่อร่างกายโดยรวม – เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ปวดหัว ผิวหมองคล้ำ ภูมิแพ้กำเริบง่าย หรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เนื่องจากสารพิษถูกดูดซึมกลับเข้าสู่กระแสเลือด

สาเหตุของภาวะ ลำไส้ขี้เกียจ

ลำไส้ขี้เกียจไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ลำไส้ทำงานช้าลง โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมืองสมัยใหม่ที่เร่งรีบ ทำให้ปัญหานี้พบมากขึ้นเรื่อยๆ

พฤติกรรมการใช้ชีวิต:

  • อาหารขาดกากใย – การกินอาหารแปรรูป ของทอด เนื้อสัตว์มากเกินไป แต่กินผักผลไม้น้อย ทำให้ขาดเส้นใยอาหารที่จำเป็น
  • ดื่มน้ำน้อย – น้ำช่วยให้กากอาหารนุ่มและเคลื่อนตัวง่าย การดื่มน้ำไม่พอทำให้อุจจาระแข็งและถ่ายยาก
  • นั่งนานไม่ค่อยขยับ – โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศที่นั่งนานๆ การขาดการเคลื่อนไหวทำให้ลำไส้ทำงานช้าลง
  • พฤติกรรมกลั้นอุจจาระ – เมื่อรู้สึกปวดแต่ไม่ไปห้องน้ำทันที ลำไส้จะดูดซึมน้ำมากขึ้น และเมื่อทำบ่อยๆ ลำไส้จะชินกับการเก็บกัก
  • ความเครียด – ความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อระบบประสาทที่ควบคุมลำไส้ ทำให้การบีบตัวผิดปกติ เป็นสาเหตุสำคัญของลำไส้ขี้เกียจในคนวัยทำงานที่มีความกดดันสูง

ปัจจัยด้านสุขภาพ:

  • โรคทางระบบประสาท – เช่น พาร์กินสัน เบาหวานที่มีผลแทรกซ้อนที่ระบบประสาท
  • ภาวะไทรอยด์ต่ำ – ทำให้กระบวนการเผาผลาญช้าลง รวมถึงการทำงานของลำไส้
  • ความผิดปกติของฮอร์โมน – โดยเฉพาะในผู้หญิงช่วงวัยทอง
  • ผลข้างเคียงจากยา – เช่น ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ ยาลดกรดบางชนิด ยาลดความดัน หรือยาแก้แพ้

ผลกระทบในระยะยาวของ ลำไส้ขี้เกียจ

หากปล่อยให้ลำไส้ขี้เกียจเรื้อรังโดยไม่จัดการ อาจเกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้นได้:

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น:

  • ริดสีดวงทวาร จากการเบ่งถ่ายแรงๆ บ่อยๆ
  • แผลในลำไส้หรือทวารหนัก จากอุจจาระที่แข็งเกินไป
  • ลำไส้อักเสบจากสารพิษที่สะสม
  • ความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ที่อาจเพิ่มขึ้น

เมื่อของเสียค้างในลำไส้นาน ร่างกายจะดูดซึมสารพิษกลับเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้ตับทำงานหนักขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง รวมถึงระบบต่างๆ ในร่างกายแปรปรวน

วิธีฟื้นฟู ลำไส้ขี้เกียจ ด้วยการปรับวิถีชีวิต

การแก้ไขลำไส้ขี้เกียจเริ่มได้ง่ายๆ จากการปรับนิสัยประจำวัน ไม่จำเป็นต้องพึ่งยาเสมอไป:

  • เลือกกินให้ถูกทาง – เพิ่มอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ลดอาหารแปรรูป ของทอด เพิ่มอาหารหมักที่มีโพรไบโอติกส์ เช่น โยเกิร์ต กิมจิ และกินอาหารเป็นเวลา
  • น้ำ…ยาวิเศษสำหรับลำไส้ – ดื่มน้ำอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน โดยเฉพาะช่วงตื่นนอนและก่อนมื้ออาหาร น้ำอุ่นดื่มตอนเช้าตื่นนอนช่วยกระตุ้นลำไส้ได้ดีมาก
  • ขยับกาย ลำไส้ขยับตาม – แม้แค่เดินวันละ 30 นาที ก็ช่วยกระตุ้นลำไส้ได้ดี หรือทำโยคะท่าที่ช่วยนวดลำไส้ จะช่วยกระตุ้นการบีบตัวตามธรรมชาติ
  • จัดการความเครียด – ฝึกหายใจลึกๆ ทำสมาธิ หรือกิจกรรมผ่อนคลายที่ชอบ เพื่อให้ระบบประสาทที่ควบคุมลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น
  • สร้างนิสัยการขับถ่ายที่ดี – ไม่กลั้นอุจจาระ พยายามเข้าห้องน้ำหลังมื้อเช้าทุกวัน และนั่งในท่าที่ถูกต้อง โดยยกเท้าให้สูงกว่าพื้นเล็กน้อย ช่วยให้ถ่ายง่ายขึ้น

โปรแกรมล้างลำไส้ระบบปิด: ทางเลือกฟื้นฟูลำไส้อย่างล้ำลึก

สำหรับคนที่มีภาวะลำไส้ขี้เกียจเรื้อรังที่ไม่ดีขึ้นแม้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตแล้ว โปรแกรมล้างลำไส้ระบบปิด (Closed System Colon Hydrotherapy) ที่ S’RENE by SLC ช่วยฟื้นฟูลำไส้ได้อย่างตรงจุด

โปรแกรมนี้ช่วยทำความสะอาดลำไส้ใหญ่อย่างล้ำลึก โดยใช้น้ำบริสุทธิ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อ ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะกับร่างกาย ช่วยชะล้างกากอาหารและสารพิษที่ตกค้างในลำไส้

ประโยชน์ของโปรแกรมล้างลำไส้ระบบปิด

โปรแกรมนี้ช่วยฟื้นฟูลำไส้ขี้เกียจได้หลายด้าน:

  • กำจัดกากอาหารและสารพิษที่ตกค้างในลำไส้
  • กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ให้ทำงานได้ดีขึ้น
  • ลดอาการท้องอืด แน่นท้อง และความไม่สบายท้อง
  • ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้
  • เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารอาหาร
  • ทำให้รู้สึกเบาท้อง กระปรี้กระเปร่า มีพลังงานมากขึ้น

ใครที่เหมาะกับโปรแกรมล้างลำไส้

โปรแกรมล้างลำไส้เหมาะสำหรับ:

  • ผู้ที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีระบบขับถ่ายไม่ปกติ
  • ผู้ที่มีอาการท้องอืด แน่นท้องบ่อยๆ
  • ผู้ที่ต้องการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย
  • ผู้ที่ต้องการปรับสมดุลระบบทางเดินอาหาร

อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการลำไส้อักเสบเรื้อรัง ริดสีดวงทวารรุนแรง ผู้ที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดช่องท้อง และหญิงตั้งครรภ์ การปรึกษาแพทย์ก่อนรับบริการจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับโปรแกรม

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรเตรียมตัวดังนี้:

  • งดอาหารมื้อหนัก 4-6 ชั่วโมงก่อนทำโปรแกรม
  • ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 1-2 ลิตรต่อวันในช่วงก่อนทำโปรแกรม
  • แจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัวกับแพทย์
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย ไม่รัดแน่น

ที่ S’RENE by SLC มีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันดูแลตลอดโปรแกรม พร้อมให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวหลังทำโปรแกรม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การดูแลหลังทำโปรแกรมล้างลำไส้

การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรมล้างลำไส้มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเตรียมตัวก่อนทำ เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่:

  • เลือกอาหารให้เหมาะสม – ในช่วงแรกหลังทำโปรแกรม ควรทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น ซุป ข้าวต้ม น้ำขิง และค่อยๆ เพิ่มปริมาณเส้นใยในอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนัก อาหารรสจัดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • ดื่มน้ำมากๆ – ดื่มน้ำสะอาด 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างราบรื่น และป้องกันอาการท้องผูก
  • เพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีให้ลำไส้ – รับประทานอาหารที่มีโพรไบโอติกส์ เช่น โยเกิร์ต เพื่อช่วยฟื้นฟูจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้
  • สังเกตอาการผิดปกติ – หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องรุนแรง มีไข้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

โปรแกรมเสริมเพื่อสุขภาพลำไส้ที่ S’RENE by SLC

นอกจากโปรแกรมล้างลำไส้ระบบปิดแล้ว S’RENE by SLC ยังมีบริการอื่นๆ ที่ช่วยดูแลสุขภาพลำไส้แบบองค์รวม:

  • โปรแกรมตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง 222 ชนิด โปรแกรมนี้ช่วยค้นหาอาหารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้แฝง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของปัญหาลำไส้และระบบย่อยอาหาร เมื่อทราบผลการตรวจ แพทย์จะแนะนำการปรับอาหารได้อย่างตรงจุด ช่วยลดการอักเสบในลำไส้ ปรับปรุงการทำงานของระบบย่อยอาหาร และบรรเทาอาการต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • โปรแกรมดริปวิตามิน S’RENE by SLC มีโปรแกรมดริปวิตามินหลากหลายสูตรที่ช่วยเสริมสารอาหารจำเป็น โดยเฉพาะสูตร AMINO THERAPY 3 ที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูลำไส้โดยเฉพาะ ช่วยเสริมการซ่อมแซมเยื่อบุลำไส้ ลดการอักเสบ และสนับสนุนการทำงานของระบบทางเดินอาหารให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ติดต่อรับบริการโปรแกรมล้างลำไส้ที่ S’RENE by SLC

หากกำลังประสบปัญหาลำไส้ขี้เกียจ ท้องผูกเรื้อรัง หรือต้องการดูแลสุขภาพลำไส้อย่างครบวงจร สามารถติดต่อ S’RENE by SLC ได้ที่:

LINE: @SRENEbySLC หรือคลิก https://bit.ly/3IlXtvw

*ดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
**เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ

สามารถติดตาม S’RENE by SLC ได้ที่