คุณผู้ชายเคยเจอปัญหานี้กันบ้างมั้ย? มีเซ็กส์นานเกินจนผู้หญิงเบื่อ ทำเท่าไหร่ก็ไม่เสร็จซะที กว่าจะถึงจุดสุดยอดได้ทำไมมันนานจัง ปัญหาเหล่านี้ถูกเรียกว่า หลั่งช้า เป็นปัญหาโลกแตกเลยก็ว่าได้ เพราะการที่น้องชายของเราหลั่งช้าเสร็จยาก หรือไม่สามารถถึงจุดสุดยอดได้ เป็นปัญหาสุขภาพเพศที่ไม่ได้ส่งผลต่อผู้ชายเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลถึงคู่สัมพันธ์ของเรา อาจทำให้เกิดความไม่พอใจในเรื่องเพศ ความไม่มั่นใจ อีกทั้งยังรวมถึงความไม่สมบูรณ์ในการมีเพศสัมพันธ์อีกด้วย
การหลั่งช้าในผู้ชายไทย อาจจะดูไม่ค่อยมีใครเป็นปัญหานี้ซักเท่าไหร่นัก หรือพบได้น้อยมาก เพราะส่วนใหญ่แล้วจะพบเจอแต่ปัญหาหลั่งเร็วมากกว่า แต่ปัญหาในการหลั่งช้าก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ชายทุกวัย โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ส่วนคนที่ยังไม่เคยมีปัญหาสุขภาพเพศมาก่อนก็มีสิทธิ์ที่จะเกิดอาการนี้ได้ด้วยหลาย ๆ ปัจจัย
ถึงแม้ว่าหลายคนอาจคิดว่า ภาวะหลั่งช้านี้ เป็นเรื่องที่ดี เพราะแสดงว่าเราอึดหรือเปล่านะ? หรือมีเซ็กส์ได้ยาวนาน แต่สำหรับผู้ที่กำลังประสบกับปัญหานี้อยู่จริง ๆ อาจรู้สึกไม่สบายใจ และส่งผลต่อภาพรวมในการมีเซ็กส์ได้ ดังนั้นควรทำความเข้าใจถึงปัญหาการหลั่งช้า ทั้งอาการ สาเหตุที่ผู้ชายหลั่งช้า ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงผลกระทบต่าง ๆ เพื่อเตรียมตัว และรับมือ เมื่อคุณผู้ชายมีอาการเสร็จช้าได้
หลั่งช้า คืออะไร?
ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนว่า อาการเสร็จช้า หรือ หลั่งช้า จะถูกเรียกว่า Delayed Ejaculation (DE) คืออาการที่ผู้ชายไม่สามารถถึงจุดสุดยอด หรือไม่สามารถหลั่งน้ำอสุจิออกมาได้ภายในเวลาปกติ หลังจากที่มีการสอดใส่ หรือมีเพศสัมพันธ์
ซึ่งถ้าหากดูตามคำจำกัดความใน DSM-5 ก็คือการที่ผู้ชายมีความยากลำบาก หรือไม่สามารถถึงจุดสุดยอดได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความต้องการทางเพศ ความตื่นตัว และการกระตุ้นที่เพียงพอแล้วก็ตาม ซึ่งในการวินิจฉัยภาวะนี้ ผู้ป่วยจะต้องมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งในสองข้อ ได้แก่ การหลั่งช้า หรือการหลั่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยถึง 75-100% ของกิจกรรมทางเพศทั้งหมดเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน โดยอาการนี้สามารถจำแนกได้ว่าเป็นมาตั้งแต่กำเนิด หรือเกิดขึ้นภายหลัง รวมถึงสามารถเกิดได้ทั่วไป หรือเกิดในสถานการณ์เฉพาะ ส่วนใหญ่คำนี้มักใช้เรียกภาวะที่ผู้ชายไม่สามารถถึงจุดสุดยอดได้เมื่อมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอน แม้ว่าจะสามารถแข็งตัวและรักษาการแข็งตัวได้ดี ซึ่งปกติแล้วผู้ชายที่มีภาวะ DE มักสามารถหลั่งได้เมื่อช่วยตัวเอง หรือขณะหลับ
ส่วนอาการที่ไม่เสร็จเลย หรือไม่สามารถหลั่งน้ำอสุจิได้ อาจจะเป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือมีในส่วนของปัญหานกเขาไม่ขัน เลยไม่สามารถหลั่งน้ำอสุจิได้ ทำให้การหลั่งช้านั้น ยังสามารถแข็งตัวได้อยู่ แต่จะใช้เวลาในการมีเพศสัมพันธ์ที่นานเกินไป อาจจะส่งผลกระทบได้หลายทางเช่นกัน

อาการแบบไหนคือ หลั่งช้า คุณกำลังพบปัญหานี้อยู่หรือไม่?
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า อาการหลั่งช้า คือการที่ผู้ชายไม่สามารถถึงจุดสุดยอด และหลั่งน้ำอสุจิออกมาได้ ขณะมีเพศสัมพันธ์ แม้ว่าจะถูกกระตุ้นทางเพศอย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม โดยอาการที่บ่งบอกว่า คุณอาจจะกำลังมีอาการหลั่งช้าอยู่ มีดังนี้
- ใช้เวลานานถึง 30 นาที หรือมากกว่านั้นกว่าจะถึงจุดสุดยอด หรือ หลั่งช้าเกินไป
- ไม่สามารถหลั่ง หรือถึงจุดสุดยอดได้เลยในบางครั้ง
- ต้องการการกระตุ้นเพิ่มเติมมากกว่าปกติ หรือมีความยากลำบากในการถึงจุดสุดยอด
- แม้ว่ามีการกระตุ้นทางเพศมากกว่าปกติแล้ว ก็ยังไม่สามารถทำให้ถึงจุดสุดยอดได้
- มีเพศสัมพันธ์ที่ยาวนานเกินกว่าปกติ
- มีอาการเหนื่อยล้า และเบื่อหน่ายระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากความยาวนาน
- รู้สึกไม่พอใจหรือขาดความสุขจากการมีเพศสัมพันธ์
- มีความเครียดหรือกังวลเกี่ยวกับการถึงจุดสุดยอด
- ไม่สามารถหลั่งได้ระหว่างการสอดใส่ แต่หลั่งได้จากการกระตุ้นด้วยมือ
คู่รักของคุณอาจรู้สึกแย่ หรือเข้าใจผิดว่าตนเองไม่ดึงดูด หรือไม่มีทักษะเพียงพอที่จะทำให้คุณถึงจุดสุดยอดได้ สิ่งที่สำคัญจริง ๆ คือความรู้สึกของคุณเอง หากคุณรู้สึกหงุดหงิด หรือไม่สบายใจกับระยะเวลาที่ใช้ในการหลั่ง หรือถ้าคุณไม่สามารถหลั่งได้เลย นั่นแสดงว่ามีปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข

เวลาที่ใช้ในการหลั่ง ประมาณไหนถึงจะดีที่สุด?
โดยปกติแล้ว การหลั่งน้ำอสุจิของผู้ชาย ในแต่ละครั้งจะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 5-7 นาที แต่ในกรณีที่มีภาวะหลั่งช้า อาจจะใช้เวลานานกว่า หรือยืดเยื้อจนเกินครึ่งชั่วโมง จนไปถึงไม่สามารถหลั่งได้เลย ส่วนเวลาในการเสร็จ หรือหลั่งน้ำอสุจิของผู้ชายแต่ละคนนั้นจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ทั้งภายใน และภายนอก ซึ่งไม่ได้มีกฎตายตัวเกี่ยวกับเวลาที่ “เหมาะสม” ในการถึงจุดสุดยอดของผู้ชายว่าจะต้องเป็นเวลาเท่านี้ แต่ถ้าอยากจะได้ตัววัดจริง ๆ ว่า
แล้วเวลาแค่ไหนที่เรียกว่าช้า? ก็ต้องพามาทำความรู้จักกับ Intravaginal Ejaculatory Latency Time หรือ IELT เป็นระยะเวลาการหลั่งภายในช่องคลอด ช่วงเวลาตั้งแต่เริ่มสอดใส่อวัยวะเพศเข้าสู่ช่องคลอดจนถึงการหลั่งในช่องคลอด โดยมีคนเสนอว่าถ้าทำกิจกรรมไปประมาณ 20-25 นาที แสดงว่าคุณอาจมีภาวะอาการหลั่งช้า แต่ก็ยังมีบางทีบอกว่า หากวัดจากค่าเฉลี่ยของผู้ชายแล้ว หากเกิน 10 นาทีไปแล้วยังไม่สามารถทำให้เกิดความพึงพอใจทางเพศได้ ก็ถือว่ามีอาการหลั่งช้า
อย่างไรก็ตาม เราก็สามารถแบ่งระยะเวลาการหลั่งออกเป็น 3 ระดับหลัก ๆ ตามความยาวของเวลาในการถึงจุดสุดยอด ซึ่งประกอบด้วย
- Premature Ejaculation (การหลั่งเร็ว) เกิดขึ้นภายใน 1-2 นาทีหลังจากเริ่มมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่สามารถควบคุมได้
- Normal Ejaculation (การหลั่งปกติ) ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีในการหลั่งระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ถือว่าเป็นระยะเวลาการหลั่งปกติ ไม่มีความผิดปกติ หรือมีปัญหาในการถึงจุดสุดยอด
- Delayed Ejaculation (การหลั่งช้า) ใช้เวลานานกว่า 30 นาที โดยต้องใช้เวลาที่นาน กว่าจะมีหลั่งน้ำอสุจิ และถึงจุดสุดยอด หรือบางครั้งอาจไม่สามารถหลั่งได้เลย ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าทางกายและจิตใจ รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับคู่รักได้

การหลั่งช้า หรือเสร็จยาก เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง?
การหลั่งช้าเกิดจากสาเหตุทั้งทางกายภาพ และจิตใจได้ โดยไม่ว่าจะมีสาเหตุใด สาเหตุหนึ่งก็อาจเกิดอาการหลั่งช้าได้ ทำให้การทำความเข้าใจสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้สามารถหาวิธีจัดการ และแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม
สาเหตุทางกายภาพ
- อายุที่เพิ่มขึ้น: การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่มาพร้อมกับอายุ สามารถส่งผลต่อการหลั่งได้ อาจใช้เวลานานกว่าเดิม โดยเฉพาะวัยทองผู้ชายก็อาจจะมีปัญหานี้ได้มากกว่าวัยอื่น
- ฮอร์โมนไม่สมดุล ยิ่งอายุเยอะ ฮอร์โมนเพศชายก็ยิ่งลดลง ส่งผลถึงปัญหาในเรื่องเพศได้
- ภาวะระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke), การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง และโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis) การบาดเจ็บของเส้นประสาทสามารถเกิดขึ้นได้จากโรคเบาหวานและการผ่าตัด
- ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism)
- โรคเบาหวาน อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทและการไหลเวียนของเลือด
- การอุดตันในอวัยวะเพศ การอุดตันบางประเภทในอวัยวะเพศชายอาจทำให้การหลั่งช้าลงได้
- การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาต้านอาการซึมเศร้า ยาลดความดันโลหิต หรือยาขับปัสสาวะ (Diuretics) สามารถรบกวนการทำงานของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการหลั่ง
- การรักษาทางการแพทย์บางอย่าง เช่น การผ่าตัดต่อมลูกหมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะการหลั่งล่าช้าได้
- การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ สารนิโคตินในบุหรี่ส่งผลให้หลอดเลือดตีบตัน เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ทำให้การตอบสนองทางเพศลดลง ส่วนแอลกอฮอล์ที่มากเกินไปจะกดประสาททำให้เสร็จยากขึ้น
- ความเหนื่อยล้าและการพักผ่อน ร่างกายที่อ่อนเพลียจากการทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือนอนไม่หลับเรื้อรัง ส่งผลโดยตรงต่อสมรรถภาพทางเพศ ทำให้ร่างกายไม่พร้อมตอบสนองต่อสิ่งเร้าเท่าที่ควร
- อายุที่เพิ่มขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น ความไวต่อการสัมผัสที่อวัยวะเพศอาจลดลงตามธรรมชาติ
สาเหตุทางจิตใจหรืออารมณ์
- ภาวะทางจิตใจ เช่น ภาวะซึมเศร้า หรือความวิตกกังวล สามารถส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาท และฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการหลั่ง
- ความรู้สึกผิดเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ อาจมาจากการเลี้ยงดู หรือค่านิยมในวัยเด็ก
- ปัญหาความสัมพันธ์ ความรู้สึกโกรธหรือไม่สบายใจกับคู่รัก อาจส่งผลให้เกิดการไม่ลงรอยหรือความเครียดในการมีเพศสัมพันธ์
- ความกลัวบางอย่าง เช่น กลัวการติดโรค, การตั้งครรภ์ หรือกลัวว่าจะทำร้ายคู่ของตน
- ความวิตกกังวลในการมีเพศสัมพันธ์ การกังวลเรื่องสมรรถภาพทางเพศอาจทำให้เกิดปัญหาการหลั่งล่าช้าได้
- การเสพติดสื่อลามก การเสพติดสื่อลามกอาจทำให้มีปัญหาในการถึงจุดสุดยอดกับคู่รักในชีวิตจริง
- ความเคยชินจากการช่วยตัวเอง ผู้ที่ชอบช่วยตัวเองบ่อยครั้ง หรือมีรูปแบบการกระตุ้นที่เฉพาะเจาะจง (เช่น กำแน่น หรือเร็วกว่าปกติ) อาจทำให้เกิดความเคยชิน เมื่อมีเพศสัมพันธ์จริงจึงรู้สึกว่าการกระตุ้นจากช่องทางธรรมชาติไม่เพียงพอที่จะทำให้ถึงจุดสุดยอดได้
ความรุนแรงของภาวะการหลั่งช้า
ภาวะหลั่งช้าไม่ได้มีแค่ระดับเดียว แต่สามารถแบ่งความรุนแรงออกได้หลายระดับ ซึ่งการประเมินระดับความรุนแรงจะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้ตรงจุดยิ่งขึ้น
- ระดับความรุนแรงน้อย (Mild) มักเกิดขึ้นเฉพาะบางสถานการณ์ เช่น เมื่อมีความเครียดสูง ร่างกายเหนื่อยล้า หรือเปลี่ยนคู่นอนใหม่ แต่ในสถานการณ์ปกติยังสามารถถึงจุดสุดยอดได้
- ระดับความรุนแรงปานกลาง (Moderate) สามารถหลั่งได้แต่ต้องใช้เวลานานกว่าปกติมาก (เช่น เกิน 30 นาทีขึ้นไปหลังจากการสอดใส่และกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง) จนอาจทำให้ฝ่ายหญิงเจ็บ หรือหมดอารมณ์ร่วมไปก่อน
- ระดับความรุนแรงมาก (Severe) ไม่สามารถหลั่งในช่องทางปกติขณะมีเพศสัมพันธ์ได้เลย แม้จะมีอารมณ์ร่วมเต็มที่ จำเป็นต้องแยกตัวออกมาช่วยตัวเอง หรือให้คู่นอนใช้มือ/ปากช่วยกระตุ้นอย่างหนักถึงจะสำเร็จความใคร่ได้
- ระดับรุนแรงที่สุด (Absolute / Anejaculation) ไม่สามารถหลั่งน้ำอสุจิได้เลย ไม่ว่าจะกระตุ้นด้วยวิธีการใดก็ตาม ทั้งการมีเพศสัมพันธ์หรือการช่วยตัวเอง ซึ่งควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

วิธีแก้อาการหลั่งช้า ทำเท่าไรก็ไม่เสร็จซะที!
สำหรับวิธีแก้อาการหลั่งช้า อาจจะต้องบอกว่าไม่ได้มีวิธีรักษาที่ตายตัวซะทีเดียว แต่จะเป็นการหาสาเหตุที่แท้จริง หรือต้นตอของปัญหาที่ทำให้เกิดการหลั่งช้า เนื่องจากว่าอาการนี้มีสาเหตุมาจากหลายทาง ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงสาเหตุของตนเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญในการหาวิธีการรักษา เพื่อจะได้รักษาได้อย่างตรงจุด การมาปรึกษาแพทย์เป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับต้น ๆ รวมถึงควรเช็กสุขภาพฮอร์โมนก่อน แต่ถ้าใครคิดว่ามีอาการหลั่งช้า ก็สามารถรักษาแบบเบื้องต้น แก้หลั่งช้าได้ก่อน ด้วยวิธีเหล่านี้
1. ฝึกเทคนิคหยุด-เริ่มใหม่ ควบคุมได้ไม่ต้องรีบ!
เคยไหมที่ถึงจุดพีคแต่รู้สึกว่ายังอยากให้เกมดำเนินต่อ? นี่แหละ เทคนิคหยุด-เริ่มใหม่! โดยเมื่อใกล้ถึงจุดสุดยอด ลองหยุดสักครู่ ผ่อนคลาย แล้วเริ่มใหม่ การฝึกควบคุมแบบนี้จะช่วยให้เราคุ้นชินกับการหลั่งช้าขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมร่างกาย และเพิ่มความมั่นใจได้อีกด้วย
2. ปรับยาให้เข้าที่ ปรึกษาหมอให้เร็วไว!
หากคุณมีการใช้ยาต้านซึมเศร้า หรือยารักษาความดันโลหิต แล้วพบว่ามีปัญหาการหลั่งช้า นั่นอาจเป็นผลข้างเคียงของยา ลองนัดพบแพทย์แล้วแจ้งปัญหานี้ดู แพทย์จะสามารถปรับขนาดยา หรือเปลี่ยนเป็นยาตัวอื่นที่ไม่มีผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศได้ อย่างนี้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจจะดีขึ้นพร้อมกัน!
3. บำบัดจิตใจ ผ่อนคลายให้มันส์กว่าเดิม!
เครียดมากไปหรือเปล่า? การหลั่งช้าอาจเกิดจากความเครียดหรือความกดดันที่เราตั้งไว้กับตัวเอง การเข้าพบนักจิตวิทยา หรือที่ปรึกษาเพื่อรับการบำบัดทางจิตใจเป็นการปลดปล่อยความเครียด ลองฝึกการหายใจเข้าลึก ๆ แล้วปล่อยลมหายใจช้า ๆ ช่วยให้จิตใจสงบระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ได้ดีขึ้น
4. บำรุงร่างกายด้วยสมุนไพรและวิตามิน
ลองหาสมุนไพร หรือวิตามินเสริมบำรุงร่างกาย เช่น โสม ที่ขึ้นชื่อเรื่องการกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดและพลังทางเพศ นอกจากนี้ วิตามินบีต่าง ๆ ยังช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ดีขึ้น แถมยังช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นและกระฉับกระเฉงมากขึ้นอีกด้วย
5. เปิดใจกับคู่รัก เกมนี้เราเล่นเป็นทีม!
บางครั้งปัญหาการหลั่งช้าอาจเกิดจากความกังวลว่าเราทำให้คู่รักไม่พอใจ ลองเปิดใจพูดคุยถึงความรู้สึกและความต้องการของทั้งสองฝ่าย ซึ่งการสื่อสารที่ดีจะทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และลดความกดดันในการมีเพศสัมพันธ์ ถ้ารู้สึกสบายใจ เกมก็จะไหลลื่นไปได้เอง หรือจะเน้นไปที่การเล้าโลมให้มากขึ้น ก็อาจจะช่วยได้ในระดับนึง
6. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพิ่มพลังพร้อมเมื่อใดก็ได้!
ถ้าร่างกายแข็งแรง จิตใจก็พร้อม! ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกาย ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น และยังช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วกว่าเดิม โดยการออกกำลังกาย เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ หรือโยคะ ยังช่วยลดความเครียด และเพิ่มความรู้สึกมั่นใจได้อีกด้วย
7. พักผ่อนให้พอ อย่าให้ร่างกายล้าเกินไป
การนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ คือกุญแจสำคัญในการทำให้ร่างกายพร้อมสำหรับทุกกิจกรรม เมื่อเราพักผ่อนอย่างเต็มที่ ร่างกายจะฟื้นตัวและมีพลังมากขึ้น รวมถึงสมรรถภาพทางเพศก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าลืมนอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
8. ลดหรือเลิกสารเสพติด
การดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่มากเกินไปอาจส่งผลต่อการหลั่ง ลองลดหรือเลิกสิ่งเหล่านี้ดู ไม่เพียงแค่ทำให้การหลั่งช้าดีขึ้น แต่ยังทำให้สุขภาพโดยรวมของคุณดีขึ้นอีกด้วย
9. อย่ามองข้ามการเล้าโลม (Foreplay)
การเล้าโลมที่เพียงพอจะช่วยกระตุ้นให้ระดับความต้องการทางเพศพุ่งสูงขึ้นก่อนที่จะเริ่มการสอดใส่จริง ทำให้ร่างกายพร้อมต่อการถึงจุดสุดยอดได้ง่ายขึ้น อย่ารีบร้อนข้ามขั้นตอนนี้ไป ลองนำไปปรับใช้จริงจะช่วยให้เห็นผลได้
10. ตรวจสุขภาพ เช็กฮอร์โมนเพศ แก้อาการ หลั่งช้า ปรึกษาแพทย์!
สุดท้ายถ้าใครยังรู้สึกว่าตัวเองยังมีอาการหลั่งช้าอยู่ แนะนำว่าให้เข้ามาตรวจสุขภาพ เช็กดูระดับฮอร์โมนเพศ รวมถึงพูดคุยปรึกษากับแพทย์ เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีแก้การหลั่งช้า หรือเสริมด้วยทรีตเมนต์ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น Magneto STYM™ Therapy หรือเพิ่มสมรรถภาพทางเพศด้วยการฉีด PRP และอื่น ๆ อีกมากมาย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการหลั่งช้า
หลั่งช้าแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ? มีเกณฑ์เวลากำหนดแน่นอนไหม
แม้จะไม่มีกำหนดเวลาที่ตายตัว แต่ทางการแพทย์มักพิจารณาว่าหากใช้เวลานานเกิน 30-45 นาทีของการกระตุ้นอย่างต่อเนื่องแล้วยังไม่ถึงจุดสุดยอด หรือไม่สามารถหลั่งได้เลยในช่องทางปกติ จนส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ ทำให้ฝ่ายหญิงรู้สึกเจ็บ หรือเกิดความเครียดทั้งสองฝ่าย ถือว่าเป็นภาวะที่ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
การช่วยตัวเองบ่อยๆ ทำให้เกิดภาวะหลั่งช้าจริงหรือไม่
มีส่วน โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมการช่วยตัวเองที่รุนแรง ใช้แรงบีบแน่นมากเกินไป (Death Grip Syndrome) ร่างกายจะจดจำและชินกับแรงกระตุ้นที่หนักหน่วงเหล่านั้น เมื่อมีเพศสัมพันธ์จริงซึ่งแรงเสียดสีตามธรรมชาติน้อยกว่า จึงทำให้รู้สึกว่าได้รับการกระตุ้นไม่เพียงพอ ส่งผลให้หลั่งช้าหรือหลั่งไม่ได้ในที่สุด
ภาวะหลั่งช้ามีผลต่อการมีบุตรยากหรือไม่
มีผลโดยตรงในกรณีที่ไม่สามารถหลั่งน้ำอสุจิเข้าไปในช่องคลอดได้เลย ทำให้ไม่มีตัวอสุจิเข้าไปผสมกับไข่ แต่หากยังสามารถหลั่งภายในได้แม้จะใช้เวลานาน ก็ยังมีโอกาสมีบุตรได้ตามปกติ ทั้งนี้หากพยายามแล้วไม่สำเร็จ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้วิธีทางการแพทย์เพื่อช่วยเก็บอสุจิสำหรับการผสมเทียมต่อไป
อายุที่มากขึ้นมีผลทำให้หลั่งช้าลงหรือไม่
อายุเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้อง เมื่ออายุมากขึ้น ความไวต่อการสัมผัสของเส้นประสาทบริเวณอวัยวะเพศอาจลดลงตามธรรมชาติ ทำให้ต้องการการกระตุ้นที่นานขึ้นหรือแรงขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ โรคประจำตัวที่มักพบในผู้สูงอายุ เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ก็อาจส่งผลกระทบต่อกลไกการหลั่งได้เช่นกัน
ยาที่กินอยู่ประจำมีส่วนทำให้เสร็จช้าได้ไหม
ยาบางชนิดมีผลข้างเคียงทำให้หลั่งช้าได้จริง ที่พบบ่อยคือ ยารักษาโรคซึมเศร้า (กลุ่ม SSRIs), ยาลดความดันโลหิตบางประเภท และยาแก้ปวดบางชนิด หากสงสัยว่าอาการหลั่งช้าสัมพันธ์กับการเริ่มทานยาใหม่ ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้เพื่อพิจารณาปรับยา ไม่ควรหยุดยาเองโดยเด็ดขาด

ปรึกษาอาการหลั่งช้า ได้ที่ S’RENE คลินิกสุขภาพคนเมือง
สำหรับผู้ที่มีปัญหาในการหลั่งช้า ก่อนอื่นเราต้องรู้สาเหตุว่ามาจากอะไร หรือมาจากปัจจัยไหนเป็นพิเศษ แต่ทางที่ดีที่สุดอย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่า ควรรับการตรวจฮอร์โมนเพศชายก่อน เพื่อเช็กรายละเอียดว่าในร่างกายเรามีความไม่สมดุลของฮอร์โมนหรือเปล่า หรือมีปัญหาที่อวัยวะเพศ ทำให้ไม่สามารถหลั่งอสุจิได้ โดยที่ S’RENE by SLC มีบริการการตรวจสุขภาพฮอร์โมนเพศ His & Her Wellness Lab Check Up Level 3 (20 รายการตรวจ ราคา 15,900 บาท) เพื่อตรวจลึกลงไปหาสาเหตุที่แท้จริง นอกจากนี้ก็ยังมีการรักษา และฟื้นฟู เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ให้น้องชายของคุณสตรองขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น
- S’RENE P Booster Program (1 ครั้ง 9,900 บาท) โปรแกรมการฉีด P-Shot ด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) ช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ และหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้น้องชายแข็งแรงขึ้น รวมถึงสัมผัสที่ดีขึ้น
- S’RENE Hormonal Booster for Men Program (1 ครั้ง 15,000 บาท) โปรแกรมการรักษาภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายด้วยการฉีด T Shot ช่วยเพิ่มสมรรถภาพ และความต้องการทางเพศ เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และความแข็งแรงของร่างกาย อีกทั้งยังช่วยปรับอารมณ์ และรักษาภาวะวัยทองของผู้ชาย
- Magneto STYM™ Therapy for Men Program (1 ครั้ง 30 นาที 2,500 บาท) โปรแกรมรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ด้วยเก้าอี้แม่เหล็กไฟฟ้า ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และอุ้งเชิงกรานให้แข็งแรง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ น้องชายแข็งตัวได้ดีขึ้น
- Smart Focus Shockwave for Men Program (1 ครั้ง 9,900 บาท) ช่วยกระตุ้น และเร่งการฟื้นฟูน้องชายด้วยคลื่นกระแทกชนิดโฟกัส ช่วยให้เกิดการสร้างเส้นเลือดฝอย และช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ช่วยให้น้องชายเกิดการแข็งตัวได้ดีขึ้น
สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน His & Her Wellness โดยเฉพาะกับ S’RENE by SLC สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือจองคิวได้ที่
▪️ สาขา ทองหล่อ ชั้น 4 – โทร 064 184 5237
▪️ สาขา ชาน แจ้งวัฒนะ 14 ชั้น 2 – โทร 099 807 7261
▪️ สาขา พาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 3 – โทร 081 249 7055
▪️ สาขา เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 6 – โทร 080 245 7669
▪️สาขา สยาม – โทร 064 139 6390 และ 081 249 6392
___________________________________________________________
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Rowland DL. Delayed Ejaculation: Prevalence, Risk Factors, and Impact on Sexual Satisfaction. PubMed.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/16422843/
Delayed Ejaculation. Cleveland Clinic.
https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/22125-delayed-ejaculation
Delayed Ejaculation: Symptoms and Causes. Mayo Clinic.
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/delayed-ejaculation/symptoms-causes/syc-20371358
Delayed Ejaculation: Understanding Male Orgasmic Disorder. University of Texas.
https://labs.la.utexas.edu/mestonlab/male-orgasmic-disorder/
Delayed Ejaculation: Causes, Symptoms, and Treatment. Healthline.
https://www.healthline.com/health/delayed-ejaculation


สามารถติดตาม S’RENE by SLC ได้ที่